วัฒนธรรม-ชีวิตความเป็นอยู่ชาวอาหรับก่อนอิสลาม

news-Culture-Life-in-the-Arabs-before-Islam-site

ทุกศาสนาสอนให้เราเป็นคนดีเสมอ คนเราเกิดมาเป็นมนุษย์เหมือนกัน มีเลือดมีเนื้อ มีทางเดินชีวิตที่แตกต่างกันออกไป แน่นอนว่าสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจก็แตกต่างเช่นกัน ศาสนาบนโลกใบนี้มีเป็นหมื่น เป็นล้านศาสนา ไม่ว่าจะศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม หรือศาสนาคริสต์สุดท้ายก็ต้องประพฤติตัวเป็นคนดีเพื่ออยู่ร่วมกันในสังคมให้ได้อยู่แล้ว และในวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของชาวอาหรับและศาสนาอิสลาม ว่าในสมัยก่อนนั้น ก่อนที่จะมีศาสนาอิสลามอย่างเป็นทางการ ชาวอาหรับมีวัฒนธรรม มีการใช้ชีวิตกันแบบไหน

ยุคญาฮิรียะฮ์ (ยุคก่อนประกาศศาสนาอิสลาม)

ในยุคสมัยนั้นเป็นยุคป่าเถื่อน บ้านป่าเมืองเถื่อนเป็นอย่างมาก ผู้คนไม่รู้ผิดชอบชั่วดีแต่อย่างใด ไม่รู้ว่าสิ่งใดควรทำไม่ควรทำ โดนมีการสรุปออกมาสั้นๆ ถึงยุคญาฮิรียะฮ์ได้ดังต่อไปนี้

  1. คนอาหรับในยุคสมัยนั้นไม่มีศาสดา ไม่มีคำภีร์คอยให้การแนะนำในการดำเนินชีวิต
  2. ไม่มีวัฒนธรรมหรืออารยธรรมใดๆ ทั้งสิ้นสำหรับคนในยุคสมัยนั้น
  3. สังคมในยุคนั้นไม่รู้ถึงผิดชอบชั่วดีแต่อย่างใด ทุกคนต่างทำเพื่อตัวเองด้วยกันทั้งสิ้นไร้จริยธรรมแบบเห็นได้ชัดเจน
  4. ไม่มีความรู้เกี่ยวกับหนังสือ เรียกได้ว่าสังคมในยุคนั้นผู้คนส่วนใหญ่ไม่รู้หนังสือเลยด้วยซ้ำ
  5. ชาวอาหรับในยุคญาฮิรียะฮ์ (ยุคก่อนประกาศศาสนาอิสลาม) นั้นจะมีการนับถือศาสนาอื่นๆ เช่น ศาสนายิว หรือคริสต์เป็นต้น และที่มีให้เห็นกันมากก็จะเป็น ศาสนาบูชาเจว็ดนั่นเอง

news-site-Culture-Life-in-the-Arabs-before-Islam

การเรียนรู้ศึกษาของชาวอาหรับในยุคสมัยนั้นคือ

ชาวอาหรับจะไม่มีอารยธรรมอย่างที่กล่าวไป มีความป่าเถื่อนเป็นทุนเดิม ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีความรู้ด้านการค้าอยู่บ้าง แต่ก็มีเพียงเล็กน้อยแทบนับจำนวนคนได้ เพราะส่วนใหญ่แล้วจะไม่รู้หนังสืออ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ มีเพียงแค่ 7 คนเท่านั้น เรียกว่า  หุซายน แต่ก็เป็นความรู้ในด้านของการเป็นกวีที่ใช้ความรู้จากการบอกเล่าปากต่อปากไม่ได้มีรายละเอียดมากนัก พูดง่ายๆ เลยคือความรู้ทางด้านการวิเคราะห์หรือวิจัยจากเหตุการณ์จริงเฉกเช่นเดียวกับในยุคที่เป็นศาสนาอิสลาม บวกกับการที่ไม่รู้หนังสือก็จะใช้เป็นเทคนิคของการท่องและจดจำ ถ้าใครไม่ท่องจำสิ่งที่เขาได้รับมาก็จะเลือนหายไปจนหมดสิ้น และสิ่งเดียวที่เขาเรียนรู้ก็คือการค้า ส่วนรายละเอียดของการศึกษาจะไม่มีโรงเรียนในยุคสมัยนั้นเรียกว่ากุตตาบ แต่ก็มีผู้มาศึกษาน้อยอยู่ดี

ความจริงหนึ่งเดียวของคนอาหรับในยุคสมัยนั้นก่อนที่จะมีการประกาศศาสนาอิสลามขึ้นมาโดย ศาสดามูฮัมหมัดก็คือ ชาวอาหรับไม่สนใจที่จะให้ความสำคัญเกี่ยวกับการศึกษาด้วยซ้ำ แต่เมื่อศาสนาอิสลามเริ่มก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ คนอาหรับรุ่นหลังก็จะให้ความสำคัญกับการศึกษาหาความรู้ต่างๆ มากขึ้น จนพระองค์อัลลอฮ์ท่านได้เล็งเห็นในส่วนนี้จึงมีการประทานวัหยูที่เป็นอายะฮ ลงมาให้ความรู้กับเหล่าคนในยุคนั้นที่นับถือศาสนาอิสลาม ให้หัดอ่าน หัดเขียน ท่องจำตำราหนังสือต่างๆ มากมาย และมีนิสัยรักการอ่านจนเป็นนิสัยเรียกได้ว่าชาวอาหรับเริ่มเป็นผู้เป็นคนขึ้นในสมัยนั้นส่วนหนึ่งก็เพราะมีศาสนาอิสลามนี่ล่ะ ดังนั้นจึงทำให้ยุคต่อมาศาสนาอิสลามจึงถึงยุครุ่งเรือง มีความรู้และไปพัฒนาประเทศของตัวเอง พัฒนาจนมีการค้ารุ่งเรือง มีอารยธรรมเป็นของตัวเอง ผู้คนมีจริยธรรมมากขึ้น เห็นอกเห็นใจต่อกันนั่นเองล่ะ ดังนั้นด้วยสิ่งนี้เองผู้คนจึงนับถือพระองค์อัลลอฮ์เป็นอย่างมากเลยทีเดียว และรักเคารพในคำสั่งสอนของศาสนาอิสลามมากอย่างในปัจจุบันที่เราๆ ท่านๆ ได้เห็นกันนั่นล่ะ