โลกอาหรับกำลังหันหลังให้ศาสนาหรือไม่อย่างไร

Arab-world-pic

การนับถือศาสนานั้น เป็นสิ่งหนึ่งซึ่งช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจของผู้คนมาเป็นระยะเวลานาน ตั้งแต่สมัยโบราณ แต่ในปัจจุบันนี้มีความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี รวมทั้งแนวคิดพึ่งพาตนเองเป็นหลัก จึงทำให้ศาสนาที่เคยมีมาของโลกนั้นอาจจะถูกลบเลือน หรือถูกเปลี่ยนผ่านไปในรูปแบบอื่นมากยิ่งขึ้น สำหรับชาวอาหรับแล้วก็เป็นอีกชนชาติหนึ่ง ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการเคร่งในการนับถือศาสนามากๆ แต่ในปัจจุบันนี้จากวิถีชีวิตของผู้คนเปลี่ยนแปลงไป จนเกิดคำถามน่าสนใจว่าโลกอาหรับกำลังหันหลังให้ศาสนาหรือไม่

อาหรับกับศาสนา

ศาสนาในโลกของชาวอาหรับแล้ว สามารถแตกแขนงแตกแยกออกไปได้หลายมาก ว่าจะเป็นในเรื่องของสิทธิสตรี การย้ายถิ่นฐาน ความปลอดภัย ต่างๆ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานของการดำรงอยู่ของมนุษย์เลยทีเดียว

สำหรับในโลกของอาหรับนั้น ยังเป็นดินแดนที่ยึดถือแนวคิดในเรื่องของวัฒนธรรมชายเป็นใหญ่ ซึ่งจะทำให้ผู้หญิงนั้นถูกยึดครองสิทธิในฐานะต่ำกว่าผู้ชายในเกือบทุกๆ เรื่องของ ประเด็นที่น่าสนใจในการค้นคว้าหาความรู้ จากการสำรวจโดยกลุ่มวิจัยสำรวจแห่ง Princeton University ได้ออกสำรวจจากการสัมภาษณ์ผู้คน จำนวนกว่า 250,000 คน ภายในประเทศรวมทั้งในดินแดนปาเลสไตน์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของศาสนามากๆ หากแต่ไม่รวมอิหร่านและไม่นับอิสราเอล ในช่วงปลายปี 2018 พบว่า….

ผู้ไม่เคร่งศาสนาเพิ่มขึ้น

จากแต่ก่อน 8 % กลายเป็น 13 % และผู้จำนวนนี้เพิ่มขึ้น ในกลุ่มทุกคนที่อายุไม่ถึง 30 ปี สำหรับประเด็นที่ว่าสังคมของอาหรับนั้น เป็นสังคมที่ชายเป็นใหญ่ แต่จากการสำรวจในเรื่องของสิทธิสตรีกับพบว่า มีภูมิภาคที่สนับสนุนให้ผู้หญิงสามารถดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ถ้าพวกเธอมีความสามารถจริง แต่ยกเว้นประเทศแอลจีเรียเท่านั้น ที่ผู้คนถึง 50% เห็นด้วยว่าผู้หญิงไม่ควรได้รับการดำรงตำแหน่งในระดับสูง และในเรื่องของลำดับขั้นในครอบครัว ผู้คนส่วนใหญ่แน่นอนว่ารวมทั้งผู้หญิงส่วนใหญ่ มีความเชื่อว่า สามีควรจะเป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ของครอบครัว และเป็นหัวข้อสำคัญ แต่มีแต่เพียงคนในประเทศโมร็อกโกประเทศเดียวเท่านั้น ที่เห็นด้วยกับเรื่องนี้น้อยที่สุด

Arab-world-photo

การยอมรับเพศรักเพศเดียวกัน

เป็นอีกประเด็นหนึ่งน่าสนใจ เพราะว่าโลกในปัจจุบันนี้มีการเปิดกว้างมาก ในเรื่องของการรักกันข้ามเพศ ซึ่งแท้จริงแล้วเราอาจจะไม่ได้รักคนข้ามเพศ แต่เราเพียงแค่ตกหลุมรักคนๆ หนึ่งเท่านั้น แต่ในหลายประเทศก็ยังไม่ให้การยอมรับโดยเฉพาะในประเทศเคร่งศาสนา มักจะมองว่าการรักร่วมเพศมันเป็นเรื่องผิดอย่างมหันต์ จนถึงขนาดมีการเฆี่ยนตีกันท่ามกลางสาธารณะ เพื่อไม่ให้ประชาชนคนอื่นเอาเป็นเยี่ยงอย่าง แต่สำหรับในการสำรวจนี้เราพบว่าในโลกอาหรับนั้นต่างให้การยอมรับแตกต่างกันไปค่อนข้างจะกระจาย และหลากหลายมากๆ แต่ก็ยังถือว่ายอมรับได้น้อยมากๆ แม้แต่ในประเทศเลบานอน ซึ่งเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นทางด้านเสรีภาพมากกว่าประเทศอื่นๆ ในโลกอาหรับ ก็ยังมีผู้ที่ยอมรับการรักร่วมเพศนี้เพียงแค่ 6 % เท่านั้นเอง

ผู้นำที่อันตราย

นอกจากนี้ในส่วนของการมองผู้นำในประเทศต่างๆ ว่าเป็นอย่างไรจากการสำรวจพบว่าประชากรในทุกประเทศ ตามที่เราได้กล่าวมา มองว่าประธานาธิบดี Donald Trump แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา อยู่ในระดับต่ำที่สุด เมื่อเทียบกับผู้นำคนอื่น ๆ อาจจะเป็นเพราะว่า นายกประธานาธิบดี Donald Trump นั้น มีแนวคิดในเรื่องของการรักษาสิทธิพลเมืองชาวอเมริกันจัด และไม่ค่อยยอมรับผู้คนจากในต่างประเทศเท่าไหร่

สุดท้ายก็คือ ในเรื่องของความมั่นคง ซึ่งเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลให้แก่ผู้คนตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือมาเป็นอันดับ 1 และเมื่อได้ตั้งคำถามว่าประเทศไหนที่น่าจะเป็นภัยคุกคามที่รุนแรงที่สุด ต่อความมั่นคงของชาติแน่นอนว่า ผู้ที่ร่วมตอบคำถาม นั้นยกให้อิสราเอลมาเป็นอันดับ 1 และอันดับ 2 ก็คือประเทศสหรัฐอเมริกา