เรื่องจริงของชีวิต ภรรยาชาวอาหรับ ไม่เหมือนที่อื่น

news-Arab-wife-site

สำหรับชีวิตของชาวอาหรับจริงๆ ถ้าคนภายนอกอย่างประเทศเรามองเข้าไปหลายคนอาจจะมองว่าวิถีชีวิตของพวกเขาช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน รวมไปถึงการครองเรือนของคนในประเทศแถบนี้ยิ่งแล้วใหญ่ เนื่องจากพวกเขาจะเน้นในเรื่องของประเพณี ความเหมาะสม มากกว่าความรู้สึกนั่นเอง ถ้าเรามองเข้าไปหลายๆ อย่างค่อนข้างที่จะใจร้าย แต่ในมุมมองของพวกเขานั้นทุกอย่างคือความเหมาะสม สำหรับหัวข้อที่เราจะหยิบมาพูดนั่นก็คือภรรยาของชาวอาหรับ รับรองเลยว่าพวกเขาไม่เหมือนที่อื่นอย่างแน่นอน

การคลุมถุงชน

  • แน่นอนว่าในประเทศแถบอาหรับนี้ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศกว่าครึ่งพ่อแม่จะเป็นคนจัดหามาให้ทั้งนั้น ถ้าพ่อแม่กำหนดว่าต้องแต่งเมื่อไหร่ ต่อให้ไม่ได้รักก็จำเป็นต้องแต่ง จริงๆแล้วตามกฎหมายฝ่ายหญิงสามารถปฏิเสธได้นะ แต่เราก็มักที่จะเห็นอยู่แล้วในข่าวปัจจุบันว่าต่อให้ไม่รักอย่างไร ปฎิเสธไปก็เท่านั้น ยิ่งในครอบครัวคนจนยิ่งแล้วใหญ่ฝ่ายหญิงยากจะปฎิเสธ เพราะพ่อแม่ต้องการเงินฝ่ายหญิงก็ต้องยอม
  • สำหรับการจดทะเบียนสมรสนั้นเรื่องของการลงนาม ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่มากเลยทีเดียวเพราะถูกระบุไว้ในข้อกฎหมายภายในประเทศด้วย
  • ผู้หญิงของประเทศต่างๆ ในแถบอาหรับห้ามแต่งงานกับผู้ชายนอกศาสนาเด็ดขาด เพราะกฎหมายระบุเอาไว้เลยล่ะว่าพวกเธอต้องโดนเนรเทศออกไป แต่สำหรับฝ่ายชายพวกเขาสามารถทำได้ ไม่ว่าฝ่ายหญิงจะมีศาสนาใดก็ตาม โดยเมื่อเกิดการเลิกลากันไปแล้วมีลูก กฎหมายก็บังคับให้ลูกอยู่กับพ่อ

Arab-wife-news-site

การเข้าพิธีแต่งงาน

  • งานฉลองการแต่งงานของคู่รักที่แต่งงานกันจะถูกจัดแยกต่างหาก
  • ความแตกต่างสำหรับงานเลี้ยงผู้ชายกับผู้หญิงก็คือ สำหรับฝ่ายชายนั้นก็ดำเนินง่ายๆ ด้วยการพูดคุยกัน ดื่มเครื่องดื่มที่ไร้แอลกอฮอล์ รับประทานอาหารร่วมกัน แต่ถ้าเป็นงานเลี้ยงสำหรับฝ่ายหญิง สามารถจัดในงานที่ใหญ่ได้ เช่นศาลากลางของจังหวัดเลยล่ะ
  • ในช่วงงานแต่งงานฝ่ายหญิงจะมีโอกาสได้ใส่เครื่องประดับสวยๆ ทั้งเพรช พลอย ทองคำ แต่ในช่วงเวลาทั่วไปฝ่ายหญิงไม่สามารถทำได้ต้องปิดหน้าให้มิดชิดด้วยผ้าคลุมฮิญาบนั่นเอง
  • สำหรับชาวอาหรับแล้วล่ะก็ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถือว่าไม่เป็นข้อห้ามเด็ดขาด ไม่เหมือนกับของคนไทยที่หลังงานแต่งงานเจ้าบ่าว เจ้าสาวจะลุกขึ้นเต้น เมาไปด้วยกัน ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของวัฒนธรรมและศาสนานั่นเอง

มีภรรยาได้ถึง 4 คน

  • สำหรับตรงนี้ต้องบอกก่อนว่าสามารถทำได้ แต่ก่อนจะทำนั้นฝ่ายชายต้องมั่นใจก่อนว่าสามารถเลี้ยงดูภรรยาทั้ง 4 คน ได้ด้วยความเสมอภาค ไม่ว่าจะเรื่องของเงินทอง สิ่งของ ความรัก ทุกคนต้องได้เท่าเทียมกัน โดยทั่วไปแล้วถึงตามกฎหมายทำได้ก็จริงแต่ก็มีแต่คนรวยๆ เท่านั้น เพราะคนปกติทั่วไปคงจะให้ความสุขภรรยาทั้ง 4 คนไม่ได้แน่นอน
  • สิ่งที่ต้องพึงคิดเสมอของคนอาหรับนั่นก็คือไม่ว่าคุณจะมีงานแต่งงานครั้งที่ 2,3,4 ตามมา แต่งานแต่งงานที่น่าจดจำที่สุดก็คืองานแต่งงานครั้งแรก เป็นงานที่มีความสุขที่สุด
  • ถ้ามีภรรยาเพิ่มนั้น ฝ่ายชายต้องหาบ้านหรือที่อยู่ให้ภรรยาทุกคนอยู่ส่วนตัว ห้ามให้อยู่ร่วมกันเด็ดจาด นี่ถือว่าเป็นไปตามกฎหมายที่ฝ่ายชายต้องทำ และต้องพาภรรยาใหม่มาแนะนำให้ภรรยาเก่าได้รู้จักเสมอ อีกทั้งฝ่ายชายก็ต้องถามถึงความสมัครใจของภรรยาคนแรกด้วย
  • ภรรยาของชาวอาหรับ ต้องแจ้งสามีและขออนุญาตสามีเสมอเมื่อต้องการจะไปที่ไหน ถ้าสามีไม่ให้ไปถือว่าเป็นสิทธิ์ขาด ห้ามหนีไปเด็ดขาดถ้ามีการหนีไปแล้วฝ่ายชายแจ้งความจะมีการโดนลงโทษเกิดขึ้น

วัฒนธรรม-ชีวิตความเป็นอยู่ชาวอาหรับก่อนอิสลาม

news-Culture-Life-in-the-Arabs-before-Islam-site

ทุกศาสนาสอนให้เราเป็นคนดีเสมอ คนเราเกิดมาเป็นมนุษย์เหมือนกัน มีเลือดมีเนื้อ มีทางเดินชีวิตที่แตกต่างกันออกไป แน่นอนว่าสิ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจก็แตกต่างเช่นกัน ศาสนาบนโลกใบนี้มีเป็นหมื่น เป็นล้านศาสนา ไม่ว่าจะศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม หรือศาสนาคริสต์สุดท้ายก็ต้องประพฤติตัวเป็นคนดีเพื่ออยู่ร่วมกันในสังคมให้ได้อยู่แล้ว และในวันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องของชาวอาหรับและศาสนาอิสลาม ว่าในสมัยก่อนนั้น ก่อนที่จะมีศาสนาอิสลามอย่างเป็นทางการ ชาวอาหรับมีวัฒนธรรม มีการใช้ชีวิตกันแบบไหน

ยุคญาฮิรียะฮ์ (ยุคก่อนประกาศศาสนาอิสลาม)

ในยุคสมัยนั้นเป็นยุคป่าเถื่อน บ้านป่าเมืองเถื่อนเป็นอย่างมาก ผู้คนไม่รู้ผิดชอบชั่วดีแต่อย่างใด ไม่รู้ว่าสิ่งใดควรทำไม่ควรทำ โดนมีการสรุปออกมาสั้นๆ ถึงยุคญาฮิรียะฮ์ได้ดังต่อไปนี้

  1. คนอาหรับในยุคสมัยนั้นไม่มีศาสดา ไม่มีคำภีร์คอยให้การแนะนำในการดำเนินชีวิต
  2. ไม่มีวัฒนธรรมหรืออารยธรรมใดๆ ทั้งสิ้นสำหรับคนในยุคสมัยนั้น
  3. สังคมในยุคนั้นไม่รู้ถึงผิดชอบชั่วดีแต่อย่างใด ทุกคนต่างทำเพื่อตัวเองด้วยกันทั้งสิ้นไร้จริยธรรมแบบเห็นได้ชัดเจน
  4. ไม่มีความรู้เกี่ยวกับหนังสือ เรียกได้ว่าสังคมในยุคนั้นผู้คนส่วนใหญ่ไม่รู้หนังสือเลยด้วยซ้ำ
  5. ชาวอาหรับในยุคญาฮิรียะฮ์ (ยุคก่อนประกาศศาสนาอิสลาม) นั้นจะมีการนับถือศาสนาอื่นๆ เช่น ศาสนายิว หรือคริสต์เป็นต้น และที่มีให้เห็นกันมากก็จะเป็น ศาสนาบูชาเจว็ดนั่นเอง

news-site-Culture-Life-in-the-Arabs-before-Islam

การเรียนรู้ศึกษาของชาวอาหรับในยุคสมัยนั้นคือ

ชาวอาหรับจะไม่มีอารยธรรมอย่างที่กล่าวไป มีความป่าเถื่อนเป็นทุนเดิม ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีความรู้ด้านการค้าอยู่บ้าง แต่ก็มีเพียงเล็กน้อยแทบนับจำนวนคนได้ เพราะส่วนใหญ่แล้วจะไม่รู้หนังสืออ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ มีเพียงแค่ 7 คนเท่านั้น เรียกว่า  หุซายน แต่ก็เป็นความรู้ในด้านของการเป็นกวีที่ใช้ความรู้จากการบอกเล่าปากต่อปากไม่ได้มีรายละเอียดมากนัก พูดง่ายๆ เลยคือความรู้ทางด้านการวิเคราะห์หรือวิจัยจากเหตุการณ์จริงเฉกเช่นเดียวกับในยุคที่เป็นศาสนาอิสลาม บวกกับการที่ไม่รู้หนังสือก็จะใช้เป็นเทคนิคของการท่องและจดจำ ถ้าใครไม่ท่องจำสิ่งที่เขาได้รับมาก็จะเลือนหายไปจนหมดสิ้น และสิ่งเดียวที่เขาเรียนรู้ก็คือการค้า ส่วนรายละเอียดของการศึกษาจะไม่มีโรงเรียนในยุคสมัยนั้นเรียกว่ากุตตาบ แต่ก็มีผู้มาศึกษาน้อยอยู่ดี

ความจริงหนึ่งเดียวของคนอาหรับในยุคสมัยนั้นก่อนที่จะมีการประกาศศาสนาอิสลามขึ้นมาโดย ศาสดามูฮัมหมัดก็คือ ชาวอาหรับไม่สนใจที่จะให้ความสำคัญเกี่ยวกับการศึกษาด้วยซ้ำ แต่เมื่อศาสนาอิสลามเริ่มก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ คนอาหรับรุ่นหลังก็จะให้ความสำคัญกับการศึกษาหาความรู้ต่างๆ มากขึ้น จนพระองค์อัลลอฮ์ท่านได้เล็งเห็นในส่วนนี้จึงมีการประทานวัหยูที่เป็นอายะฮ ลงมาให้ความรู้กับเหล่าคนในยุคนั้นที่นับถือศาสนาอิสลาม ให้หัดอ่าน หัดเขียน ท่องจำตำราหนังสือต่างๆ มากมาย และมีนิสัยรักการอ่านจนเป็นนิสัยเรียกได้ว่าชาวอาหรับเริ่มเป็นผู้เป็นคนขึ้นในสมัยนั้นส่วนหนึ่งก็เพราะมีศาสนาอิสลามนี่ล่ะ ดังนั้นจึงทำให้ยุคต่อมาศาสนาอิสลามจึงถึงยุครุ่งเรือง มีความรู้และไปพัฒนาประเทศของตัวเอง พัฒนาจนมีการค้ารุ่งเรือง มีอารยธรรมเป็นของตัวเอง ผู้คนมีจริยธรรมมากขึ้น เห็นอกเห็นใจต่อกันนั่นเองล่ะ ดังนั้นด้วยสิ่งนี้เองผู้คนจึงนับถือพระองค์อัลลอฮ์เป็นอย่างมากเลยทีเดียว และรักเคารพในคำสั่งสอนของศาสนาอิสลามมากอย่างในปัจจุบันที่เราๆ ท่านๆ ได้เห็นกันนั่นล่ะ

ประวัติความมาของอาหรับ

news-site-History-of-Arab

หลายคนคงจะรู้จักชาวอาหรับกันอยู่แล้ว ถ้ามีคนมาถามก็คงจะบอกว่าก็พวกแขกไง ที่มีน้ำมันในประเทศเยอะๆ  ภาพของคนไทยเราที่มองอาหรับก็จะเป็นประมาณนี้ แต่ถ้าถามต่อไปอีกว่าพวกเขาเป็นใคร มาจากไหน ชาวอาหรับมีประวัติความเป็นมาอย่างไรคงไม่สามารถที่จะรู้ได้ ดังนั้นเราจึงจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับชาวอาหรับให้มากขึ้นว่าเขาพวกนั้นเป็นใครกันแน่

 อาหรับเป็นใคร มาจากไหน

เราจะขอย้อนกลับไปสมัยเริ่มต้นโลกโบราณพื้นที่ในแถบตะวันตก โดยพื้นที่บริเวณนั้นถือกำเนิดโดยกลุ่มพื้นที่ของแม่น้ำสองฝั่งข้างทาง สองสายใหญ่นั่นก็คือไทกริสและยูเฟติสมีชื่อเรียกกันว่าเมโสโเตเมียอย่างที่เราคุ้นกันดี โดยพื้นที่ตรงนั้นก็จะมีแม่น้ำอีกสายที่เรียกกันว่าแม่น้ำไนล์ ในพื้นที่ตรงนี้เองจึงทำให้เกิดความก้าวหน้าทางวัฒนธรรม การทำการค้า รวมไปถึงในเรื่องของสงครามและศาสนาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ โดยมีอาณาจักรใหญ่เกิดขึ้นมากมายไม่ว่าจะเป็นโรมัน สุเมเรีย กรีกหรือเปอร์เซียที่เราคุ้นหูกันดี โดยวัฒนธรรม อารยธรรมของชนเผ่าอาณาจักรเหล่านี้ได้ส่งต่อการสืบทอดไปยังชนเผ่าเร่ร่อนในแถบสลัมโดยมีชื่อเรียกว่า อาระเบีย และนี่ก็คืออาหรับนั่นเอง ในสมัยนั้นเราจะเรียกคนอาหรับว่าเซไมต์หรือคนเร่ร่อนที่มีความล้าหลัง อาชีพหลักๆคือการทำเกษตรและเลี้ยงสัตว์ ในยุคนั้นพวกเซไมต์จะโดนแบ่งแยกค่อนข้างมากเพราะพื้นที่อยู่อาศัยเป็นเกาะที่เต็มไปด้วยภูเขาและทะเลทราย ความเจริญจึงล้าหลังกว่าในแถบอื่นๆ

news-History-of-Arab-site

ศาสนาและภาษาของคนอาหรับ

ความเป็นอยู่ของชาวอาหรับในยุคนั้นเต็มไปด้วยความป่าเถื่อน ขาดอารยธรรม จริยธรรม ผู้คนไม่มีความรู้ ความสามารถเท่าใดนัก จนเริ่มมีการก่อตั้งศาสนาอิสลามขึ้นมาทำให้เป็นสิ่งยึดเหนี่ยวมางจิตใจได้เป็นอย่างดี ผู้คนเริ่มมีความรู้กันมากขึ้น เริ่มมีการใช้ชีวิตแบบมีอารยธรรม มีจริยธรรมแสดงออกได้ถึงความเห็นอกเห็นใจ ภาษาอาหรับก็ได้ถือกำเนิดขึ้นมา ทำให้ชนเผ่าเซไมต์รวมตัวกันแบบน้ำหนึ่งใจเดียวกันเป็นภาษาทางการที่ใช้ควบคู่กันไปกับศาสนาอิสลามด้วยนั่นเอง จากที่พวกเขากระจัดกระจายกันอยู่ในพื้นที่ต่างๆ ก็ได้เริ่มรวมตัวกันทำการค้า เกษตรกรรม ปศุสัตว์ ไปจนถึงเริ่มมีหนังสือเป็นของตัวเอง มีการศึกษาเข้ามาสอนพวกเด็กๆ และคนในประเทศให้มีความรู้กันมากขึ้น จนทำให้เป็นศูนย์กลางความเจริญที่มีอำนาจเป็นอย่างมากสำหรับชาวอาหรับ และแน่นอนเมื่อความเจริญเข้ามาระบบการเมืองก็เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น จนเกิดสงครามขึ้นในช่วงเวลาต่อมา จนในที่สุดก็มีศูนย์กลางทางทางด้านการเมืองขึ้นในพื้นที่ของแบกแดรและสเปน เราเรียกพื้นที่ตรงนี้ว่าคอร์โดบา

อาหรับ คืออะไร

เมื่อศูนย์กลางของศาสนาถูกก่อตั้งขึ้นมาแล้วจากอาหรับ จากนั้นก็ได้มีการผสมผสานร่วมด้วยกันกับอาณาจักรที่มีความเจริญทางด้านปัญญาความรู้ จากเชื้อชาติโรมัน เปอร์เซียรวมไปจนถึงไบซัน ทำให้มีความเจริญ วิทยาการต่างๆสูงที่สุดกำเนิดขึ้นมาในยุคโลกกลาง ในภายหลังนั้นความเจริญก็ได้ถูกส่งต่อไปถึงชาวสเปนและอิตาลี จนถือกำเนิดเชื้อชาติแขก ขึ้นมาเพราะได้ทับซ้อนกันระหว่างอารยธรรมและเชื้อชาติไม่ว่าจะเป็น อาหรับ-เปอร์เซีย มัวร์ มุสลิม-อิสลาม ในสายตาของชาวโลกรวมถึงคนสยามแบบเราๆ ในยุคนั้นที่มองเข้าไปก็มีทั้งดีและไม่ดีมีทั้งอคติและเสียงชื่นชมเป็นอย่างมาก แต่สำหรับยุคนี้แล้วชาวอาหรับแรกแขกนั้นความเจริญถึงขั้นสูงจริงๆ มีการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอจนร่ำรวยเป็นประเทศมหาอำนาจในปัจจุบันนี้เช่น กาต้า ซาอุดิอาระเบียเป็นต้น